maps

วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2559

มารู้จักกว่างกัน

        กว่างหรือด้วงกว่าง คือแมลงปีกแข็ง ที่มีความสวยงาม น่าเลี้ยง น่าศึกษา มากกว่าในฐานะแมลงนักสู้  โดดเด่นด้วยลักษณะเขาตามชนิดพันธุ์ อาทิ "กว่างชน"พระเอกนักสู้ที่บางท้องถิ่นเรียกว่า กว่างโซ้ง แต่ถ้าตัวเล็กหน่อย เรียก กว่างกิ ตัวผู้มีเขาสองแฉกที่ส่วนหัว โค้งตั้งขึ้นเล็กน้อย ส่วนที่สันหลังอกก็มีเขายื่ดยาวออกไปทางด้านหน้า ส่วนปลายเป็นแฉกแหลมสองแฉก แต่ในเพศเมียไม่มีเขา มีลำตัวค่อนข้างสั้นกว่ากว่างอื่น ๆ มีสีแดงเปลือกมังคุดไปจนถึงสีดำสนิทมันเงา ขนาดโตเต็มที่เฉลี่ยราว 1-2.5นิ้ว แต่หากเป็นกว่างซางเหนือตัวผู้จะมีเขาที่ส่วนหัวยาวตั้งขึ้นและโค้งมาทางด้านหลังเล็กน้อย ส่วนที่อกปล้องแรกมีสีดำ มีเขาอีกสองคู่อยู่ที่ด้านข้างทั้งสองด้าน เมื่อมองโดยรวมแล้วดูจะมีเขามากกว่าเพื่อน หลายคนจึงเรียกว่า กว่างห้าเขา แต่ตัวเมียไม่มีเขา สีคล้ายกับตัวผู้  ปีกมีสีน้ำตาลอ่อนปนเหลือง ขนาดของลำตัวราว 4-7 นิ้ว






แหล่งที่พบ

        ด้วงกว่างอาศัยอยู่ในดิน กินมูลของซากพืชหรือซากสัตว์ ตัวหนอนด้วงอาศัยอยู่ในดิน ระยะแรกก็อยู่ตามเศษซากพืชทับถมในบริเวณที่ร่มที่มีความชื้นสูง ระยะถัดมาขุดดินฝังตัวอยู่ลึกประมาณ 7.5 – 15.0 เซนติเมตร ระยะหนอนด้วงใช้เวลาประมาณ 58 – 95 วัน มี 3 ระยะ คือ ระยะก่อนเข้าดักแด้ 3 – 6 วัน แล้วจึงลอกคราบเปลี่ยนเป็นดักแด้ ซึ่งในระยะนี้ใช้เวลา 11 – 14 วัน ต่อมาก็ออกเป็นตัวเต็มวัย ออกหากินในเวลาตอนค่ำเป็นต้นไป และพบมากในเวลากลางคืน ส่วนในเวลากลางวันก็หลบซ่อนตัวอยู่ในดินมากกว่าที่อื่น ระยะตัวเต็มวัยเพศผู้และเพศเมียประมาณ 18 และ 28 วัน ตามลำดับ













วงจรชีวิตของกว่าง

        กว่าง มีวงจรชีวิตประมาณ 1 ปี คือช่วงต้นฤดูฝน ในระยะที่เป็นตัวหนอนหรือ ตัวด้วงจะมีสีขาว ตัวโต มีความยาวประมาณ 5 - 6 เซนติเมตร และเส้นรอบวง ประมาณ 1 นิ้ว ในช่วงนี้จะอยู่ในดินชอบกินเศษใบไม้ผุ ตอไม้ หรือต้นไม้ที่ผุ เป็นการช่วยธรรมชาติใ นการย่อยสลายใบไม้ ต้นไม้ ให้กลายเป็นปุ๋ยแก่ดินได้เป็นอย่างดี
        ต่อมากลายเป็นดักแด้ และตัวเต็มวัยเป็นวัยเจริญพันธุ์พร้อมสืบเผ่าพันธุ์ได้ ในช่วงที่เป็นตัวหนอนถึงตัวเต็มวัยใช้เวลาประมาณ 1 - 2 เดือน ก่อนที่จะถึงฤดูฝน เมื่อฝนตกลงมาทำให้ดินอ่อน ด้วงกว่างที่เจริญเติบโตเต็มที่ก็จะดันดินออกมาสู่โลกภายนอก เพื่อหาแหล่งอาหารใหม่ และเพื่อการผสมพันธุ์ กว่างตัวผู้ที่แข็งแรงเท่านั้นที่มีโอกาสรอดเพื่อการผสมพันธุ์ โดยกว่างจะต่อสู้เพื่อแย่งชิงตัวเมีย และฝ่ายที่ชนะก็จะได้รับรางวัลได้ผสมพันธุ์กับตัวเมีย เป็นการคัดเลือกสายพันธ์ที่ดีตามธรรมชาติ ใช้วงจรชีวิตช่วงนี้ประมาณ 4 เดือน พอเข้าในฤดูหนาว กว่างตัวเมียหลังจากผสมพันธุ์ ก็จะขุดดินแล้ววางไข่ ส่วนตัวเองก็จะตาย ไข่ก็ฟักเป็นตัวหนอน เป็นดักแด้อาศัยอยู่ใต้ผิวดิน จนถึงต้นฤดูฝนก็จะขุดดินขึ้นมาผสมพันธุ์ดำรงชีวิตสืบลูกหลานต่อไป






อาหาร 

        ส่วนอาหารที่ด้วงกว่างชื่นชอบก็คือ อ้อย ผู้ลี้ยงไม่จำเป็นต้องปอกเปลือกทั้งหมดเพียงแค่ผ่าครึ่งหรือปอกไว้บางส่วน เพื่อป้องกันน้ำอ้อยแห้งและป้องกันมด ผลไม้สุกงอมอื่น ๆ ด้วงก็ชอบเช่นกัน เช่น กล้วย 
แอปเปิ้ล มะม่วง หรือเยลลี่ (ปีโป้สีม่วง และสีขาว ด้วงไม่ชอบกิน) แต่การวางอาหารควรรองด้วยใบไม้ หรือแผ่นไม้บางๆ ก่อน ป้องกันด้วงลากลงพื้นลึกตามสัญชาตญาณการสะสมอาหาร ซึ่งอาจทำให้เกิดการเน่าเสียภายในตู้เลี้ยงได้ 




ตัวอย่างด้วงกว่างจำนวน 4 สายพันธ์ (ที่แข็งแกร่ง)
    1.มูชิคิง,คาบูโตะ,ด้วงกว่างญี่ปุ่น (Allomyrina dichotoma)
    2.ด้วงกว่างเฮอร์คิวลีส (Dynastes hercules)
    3.ด้วงกว่างแอตลัส (Chalcosoma atlas)
    4.ด้วงกว่างโซ้ง (Xylotrupes Gideon Linneaus)



  -มูชิคิง,คาบูโตะ,ด้วงกว่างญี่ปุ่น (Allomyrina dichotoma)
       ด้วงกว่างญี่ปุ่น (อังกฤษ: Japanese rhinoceros beetle, Japanese horned beetle, Korean horned        beetle, ญี่ปุ่น: カブトムシโรมะจิ: Kabutomushi) เป็นแมลงปีกแข็งชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Allomyrina dichotoma อยู่ในวงศ์ด้วงกว่าง(Dynastinae) จัดเป็นเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในสกุล Allomyrinaนับเป็นด้วงกว่างอีกชนิดหนึ่งที่นิยมเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง ซึ่งสามารถใช้ขวิดต่อสู้กันได้ ด้วงกว่างญี่ปุ่นมีจุดเด่น คือ เขาล่างมีความใหญ่กว่าเขาด้านบน โดยที่ปลายเขาจะมีแขนงแตกออกเป็น 2 แฉกด้วย


มูชิคิงตัวผู้

มูชิคิงตัวเมีย



   
   -ด้วงกว่างเฮอร์คิวลีส (Dynastes hercules)
        ด้วงกว่างเฮอร์คิวลีส เป็นด้วงกว่างที่มีความยาวและความใหญ่ที่สุดในโลก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dynastes hercules อยู่ในวงศ์ Scarabaeidae พบกระจายพันธุ์ในป่าดิบชื้นตั้งแต่ภูมิภาคอเมริกากลางและทวีปอเมริกาใต้ นับเป็นด้วงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสกุล Dynastes ที่มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด ชนิด เป็นด้วงที่มีความแตกต่างระหว่างตัวผู้กับตัวเมียมาก ตัวผู้มีเขายาว และมีความยาวตั้งแต่ปลายเขาจรดลำตัว 45-178มิลลิเมตร ขณะที่ตัวเมียไม่มีเขา และมีความยาวเพียงครึ่งหนึ่งของตัวผู้ คือ 50-80 มิลลิเมตร ด้วงกว่างเฮอร์คิวลีส มีชนิดย่อยทั้งหมด 13 ชนิด โดยชนิดที่มีความยาวที่สุด คือ D. h. hercules พบในเฟรนซ์ กัวดาลูเป้และโดมินิกา ที่ตัวผู้ยาวได้ถึง 178 มิลลิเมตร และมีบันทึกไว้ว่ายาวที่สุดคือ 220 มิลลิเมตร

 
เฮอร์คิวลีสตัวผู้

เฮอร์คิวลีสตัวเมีย

  -ด้วงกว่างแอตลัส (Chalcosoma atlas)
            ด้วงกว่างแอตลัส หรือ ด้วงกว่างสามเขาเขาใหญ่ (อังกฤษ: Atlas beetle) เป็นด้วงกว่างที่อยู่ในสกุลด้วงกว่างสามเขาชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Chalcosoma atlas
มีลักษณะคล้ายกับด้วงกว่างสามเขาชนิดอื่น ๆ แต่ตัวเมียซึ่งไม่มีเขา มีปีกนอกที่เป็นปีกแข็งค่อนข้างหยาบและไม่มีขนเป็นสีน้ำตาลเหมือนกำมะหยี่เหมือนด้วงกว่างสามเขาคอเคซัส (C. caucasus) ส่วนเขาที่สันคอหลังอกก็สั้นด้วยเช่นกัน ขณะที่ตัวผู้เขาหน้าจะโค้งเรียวตั้งขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่แตกเป็นฟันในขอบในเหมือนด้วงกว่างสามเขาจันทร์ ในขณะที่ตัวผู้ที่มีเขาขนาดเล็กจะแตกแขนงตรงปลายออกเป็นสามแฉก และขนาดตัวก็เล็กกว่าด้วย โดยจะมีขนาดประมาณ 20-130 มิลลิเมตร
ขณะที่เป็นระยะตัวหนอนตามลำตัวจะมีขนอ่อนปกคลุม ไข่มีลักษณะกลมรีสีขาว ในประเทศไทยพบกระจายพันธุ์ทับซ้อนกับด้วงกว่างสามเขาจันทร์ และจะพบได้มากกว่าด้วย ขณะในต่างประเทศจะพบได้ตั้งแต่ภาคใต้ของจีนอนุทวีปอินเดีย ไปจนถึงหมู่เกาะต่าง ๆ ในอินโดนีเซีย
แอตลัสตัวผู้
แอตลัสตัวเมีย


































-ด้วงกว่างโซ้ง(XylotrupesGideon Linneaus)
         ไม่มีคำอธิบายใดๆเกี่ยวกับด้วงกว่างโซ้ง (ไม่มีในฐานข้อมูลใดๆ)


กว่างโซ้งตัวเมีย














กว่างโซ้งตัวผู้


























ข้อมูลจาก  pantip.com , obec.go.th , oceansmile.com , everykid.com , idealanna.com 
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก gunsandgames.com, dnp.go.th, skn.ac.th